ประวัติศาสตร์ซึ่งถูกสาปมิให้ชรา

ประวัติศาสตร์ซึ่งถูกสาปมิให้ชรา
เดือนพฤษภาคมที่ถูกฉีกออกจากปฏิทินทุกฉบับ
แสงแรกของยามเช้าที่ไม่เคยถูกจดจำ
บทเพลงไร้ทำนองที่พอเปล่งเสียงร้องก็สาบสูญไป
เหล่านักฝันถูกสังหารหมู่ในขณะกำลังหลับ
เลือดของพวกเขาระเหยหายในช่วงหยดน้ำค้างแห้ง
มนุษย์ซึ่งถูกสาปให้มีเสรีภาพ
ไถ่ถอนบาปด้วยการผูกขาตัวเองไว้กับความดีงาม
มีแต่สัตว์เชื่องเท่านั้นที่เชื่อว่ากรงนั้นอบอุ่น
ประวัติศาสตร์ซึ่งชราแล้วเล่นซ้ำเป็นครั้งที่เจ็ดสิบหก
มีแต่บาปเท่านั้นที่ชำระล้างให้ข้าสะอาดเอี่ยม
ดื่มกินคำลวงเพื่อเป็นเสบียงกรังเดินทางไกลไปหาความจริง
วิธีการที่ผิดในเป้าหมายที่ถูก
หอมดอกไม้กินคนที่เราไม่เคยปลูก
ฉันชอบความฝันของเธอ
ดวงตาซึ่งละเมอเหม่อราวกับหนอนตาบอดกินใบไม้พิษ
ฉันชอบความงามของเธอ
สุกปลั่งราวผลไม้ที่ร่วงลงและค่อยๆเปื่อยเน่า
ฉันชอบความรักของเธอ
ซึ่งโอบรัดแน่นหนาราวกับอ้อมกอดอสรพิษ
ฉันชอบความทรงจำของเธอ
เพราะมันขาวสะอาดราวกับหนังฟอกที่ลอกมาจากคนตาย
ประวัติศาสตร์ถูกสาปมิให้ชรา
มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ
เราถูกสาปให้ต่อสู้
เพื่อที่จะต่อสู้กับชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า
มีแต่การต่อสู้เท่านั้นที่เป็นชัยชนะโดยตัวมันเอง
เพราะมีแต่การต่อสู้ตราบจนพ่ายแพ้ไปทีละน้อยเท่านั้น
มีแต่การต่อสู้ของมนุษย์ผู้ยังเยาว์
บนห่วงโซ่ประวัติศาสตร์ซึ่งไม่เคยชรา
สามสิงหาคมสองห้าห้าสาม
__________
ผู้ล้มตายในสมรภูมิความทรงจำ

ล้มตายในสมรภูมิความทรงจำ
ร่างค่อยโปร่งบางใสแลเลือนไปในห้วงอวกาศ
ฝุ่นผงซึ่งล่องลอยในแรกสายลมของฤดูหนาวบาดเนื้อ
ประจุเสียงสะอื้นของแม่ผู้สูญเสียลูกชายให้แก่ประวัติศาสตร์
เมื่อเสียงปืนสงบลง หูของเราก็อื้ออึง
เมื่อฝุ่นควันจางลง ดวงตาเราก็พร่ามัว
เมื่อเราดื่มน้ำที่ร้อนจัด ลิ้นของเราจะแข็งชืด
เมื่อเราบาดเจ็บ เนื้อหนังของเราจะเน่าเปื่อย
ในการหลงลืม พวกเรามีชีวิตอยู่
ในการประนีประนอม พวกเรามีชีวิตอยู่
ในการสร้างบ้านแปงเมือง พวกเรามีชีวิตอยู่
ในเลือดเนื้อของคุณทุกคน พวกกูมีชีวิตอยู่
ที่หาดทรายของอนาคต
เธอนั่งนับเม็ดทรายของอดีตกาล
ในกลางคืนของประวัติศาสตร์
เธอนั่งนับความทรงจำของเศษดาว
ฉันจะอยู่ที่นี่แม้เธอจะมองไม่เห็น
คอยโอบกอดเธอด้วยอ้อมกอดอาฆาต
ประหนึ่งภูตผีที่ขี่อยู่บนไหล่
เธอเห็นฉันไหม
ผู้ล้มตายในสมรภูมิความทรงจำ
ในโลกใบนี้ฉันเปลี่ยนเป็นสิ่งใดก็ได้
ต้นไม้ต้นหนึ่ง ข้าวคำหนึ่ง ยาพิษหยดหนึ่ง น้ำใจหยดหนึ่ง
ลืมฉันเถิด เพราะนั่นคือทางเดียวที่ฉันจะดำรงคงอยู่
ประหนึ่งภาพคลุมเครือที่หางตา เสียงลึกลับยามดึกสงัด
ฉันจะอยู่ ในความหวาดกลัวไม่รู้ชื่อของเธอ
ห้าสิงหาคมสองพันห้าร้อยห้าสิบสาม
บันดาลใจจากบทสนทนาของ อ.ธงชัย วินิจจะกูล
http://prachatai3.info/journal/2010/07/30508
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1281173574&catid=02
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น